ความเป็นมา

ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ ทั้งภาคธุรกิจ ภาคการผลิต ก่อให้เกิดปัญหาว่างงาน ภาคการผลิตซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ ได้รับผลกระทบทั้งจากความถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศและความผันผวนของเศรษฐกิจ ในภูมิภาค

ด้วย เหตุนี้กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้จัดตั้งโครงการพัฒนาระบบวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการ ขึ้น ภายใต้การดูแลของสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) เร่งให้ความช่วยเหลือสถานประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ (IRP) ให้มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้แผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างจริงจัง และรวดเร็วนั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลจากการวินิจฉัย การจัดกลุ่มสถานประกอบการตามสภาพการณ์ที่แท้จริง เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนสำหรับการเร่งจัดมาตรการสนับสนุน

จากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการ “พัฒนาระบบวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการ” ในปี พ.ศ. 2542 ระยะแรกช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนธันวาคม โครงการ ฯได้จัดฝึกอบรมนักวินิจฉัยสถานประกอบการ ระดับต้นประมาณ 200 คน และระดับกลางประมาณ 100 คน โดยคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาฝึกภาคปฏิบัติ ได้นักวินิจฉัยที่ฝึกอบรมครบหลักสูตรจำนวน 28 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ SMEs ในประเทศ ซึ่งโครงการนี้อยู่ภายใต้แผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยได้รับความช่วยเหลือด้านงบประมาณจากประเทศญี่ปุ่นด้วยเงินกู้มิยาซาวา และส่งผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นนักวินิจฉัยวิชาชีพเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการ สร้างระบบวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการ สร้างนักวินิจฉัยสถานประกอบการ และดำเนินการวินิจฉัยตลอดจนให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการ จนสามารถรองรับมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งด้านวิชาการและการเงินอย่างเป็นรูปธรรม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) จัดทำโครงการพัฒนาระบบการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาสถานประกอบการตามแผนปรับ โครงสร้างอุตสาหกรรมในปี 2542-2547 ซึ่งในโครงการนี้มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวน 1,239 วิสาหกิจและการให้บริการวินิจฉัยเพื่อเชื่อมโยงโครงการกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องอีกกว่า 100 วิสาหกิจ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้รับบริการวินิจฉัยเป็น อย่างดี โดย 99% มีความพึงพอใจในการบริการวินิจฉัย และ 96% สามารถนำผลวินิจฉัยและข้อเสนอแนะไปใช้ในการปรับปรุงกิจการ กว่า 83% ต้องการให้วินิจฉัยซ้ำ

Leave a Comment