จรรยาบรรณของนักวินิจฉัยและให้คำปรึกษา

ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำ ได้แก่

  1. ข้อ 1 ข้อบังคับนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อกำหนดข้อความที่จำเป็นสำหรับนักวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำ { ให้รวมถึงนักวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำ (สำรอง), (ซึ่งต่อไปจะเรียกย่อๆ ว่า “นักวินิจฉัย”)
  2. ข้อ 2 นักวินิจฉัยต้องยึดและปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นักวินิจฉัยเห็นว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เขียนไว้ในข้อบังคับฉบับนี้ก็ตาม ควรสำนึกได้ด้วยตนเองว่าจริยธรรม (จรรยาบรรณ) แห่งวิชาชีพควรเป็นอย่างไร ดังนั้นต้องปฎิบัติตามเจตนารมณ์ของข้อบังคับฉบับนี้ที่ต้องการรักษาไว้ซึ่ง สามัญสำนึกและเกียรติยศชื่อเสียงของนักวินิจฉัย สถานประกอบการ SMEs
  3. ข้อ 3 นักวินิจฉัยเมื่อได้รับการร้องขอความร่วมมือเกี่ยวกับงานวินิจฉัยและให้คำ ปรึกษาแนะนำจากรัฐ, องค์กรบริหารส่วนจังหวัด ไม่ปฎิเสธการให้ความร่วมมือได้ ทั้งนี้เว้นแต่จะมีเหุผลเพียงพอ
  4. ข้อ 4 นักวินิจฉัยต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถของความรู้ ประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา และด้วยบุคลิกภาพที่งดงาม นอกจากนี้ต้องรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของนักวินิจฉัยไว้ โดยจะกระทำการใดๆ ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับความซื่อสัตย์ไม่ได้เด็ดขาด
  5. ข้อ 5 นักวินิจฉัยต้องมีจิตสำนึกถึงความสำคัญในหน้าที่ต่อสาธารณะชน และต้องดำเนินการพัฒนาเทคนิควิธีการในแขนงสาขาที่ตนชำนาญอยู่เป็นประจำ ทำงานอย่างแข็งขันและทำหน้าที่อย่างจริงใจ
  6. ข้อ 6 นักวินิจฉัยต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ทำให้ฐานันดรศักดิ์ของนักวินิจฉัย มัวหมอง และ/หรือ ต้องไม่กระทำการโฆษณาให้ข่าวที่ทำให้ภาพพจน์เสียหาย
  7. ข้อ 7 นักวินิจฉัยต้องไมเผยแพร่ความลับหรือข้อมูลที่ได้รับรู้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่แก่ผู้อื่นและ/ หรือนำไปใช้เองโดยเด็ดขาด
  8. ข้อ 8 นักวินิจฉัยต้องดำเนินการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำด้วยความระมัดระวัง พินิจพิเคราะห์อย่างถูกต้องเหมาะสมอยู่เสมอ ทำการวินิจฉัยทุกขั้นตอนด้วยความเป็นอิสระของตนเอง จะกระทำการใดๆ ตามคำขอหรือสิ่งล่อใจจากผู้ประกอบการและ/หรือกระทำการใดๆ เพื่อเอาเอกเอาใจบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้
  9. ข้อ 9 นักวินิจฉัยต้องไม่แนะนำสถานประกอบการที่มาขอรับการวินิจฉัยและให้คำปรึกษา แนะนำ ให้กระทำการใดๆ อันเป็นกาฝ่าฝืนกฏหมมายและศีลธรรมอันดีของสังคมโดยเด็ดขาด
  10. ข้อ 10 นักวินิจฉัยเพื่อรักษาไว่ซึ่งความไว้วางใจต่อลูกค้า จึงต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติงานตามสัญญาที่ทำไว้กับลูกค้าอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ต้องระมัดระวังอย่าให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด
  11. ข้อ 11 นักวินิจฉัยจะรับงานวินิจฉัยในคราวเดียวกันจาก 2 บริษัทที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่าเป็นกิจการประเภทเดียวกันและมีส่วนได้ส่วน เสียร่วมกันไม่ได้
  12. ข้อ 12 นักวินิจฉัยจะใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองปฎิบัติการใดๆ ต่อผู้ประกอบการที่มาขอรับกสนวินิจฉัย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเอง และ/หรือแก่บุคคลที่ 3 ไม่ได้เด็ดขาด
  13. ข้อ 13 นักวินิจฉัยจะกระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดภาระหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งวิชาชีพอื่นๆ ไม่ได้
  14. ข้อ 14 นักวินิจฉัยจะทำให้ชื่อเสียงของนักวินิจฉัยอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศมัวหมองไม่ได้
    นักวินิจฉัย กรณีที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันต้องกระทำโดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบบนพื้นฐานของ การให้ความร่วมมือและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
  15. ข้อ 15 นักวินิจฉัยจะกระทำการแทรกแซงการวินิจฉัย ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ลูกค้าของนักวินิจฉัยอื่นๆ และการะทำการอันเป็นการละเมิดหรือก้าวก่ายนักวินิจฉัย และหน้าที่ของนักวินิจฉัยอื่นไม่ได้
  16. ข้อ 16 นักวินิจฉัยจะให้บุคคลอื่นปฏิบัติหน้าที่วินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการแทนตนเองไม่ได้
  17. ข้อ 17 นักวินิจฉัยต้องควบคุมดูแลลูกจ้างของตนเอง ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องเหมาะสม และต้องชี้แนะให้ลูกจ้างรักษาและปฏิบัติตามกฏข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด ด้วย
  18. ข้อ 18 ข้อบังคับอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้กำหนดอยู่ใต้ข้อบังคับเพิ่มเติมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

 

Leave a Comment