ISO 9001 : 2000 ระบบบริหารคุณภาพ อนุกรม ISO 9001 ฉบับปี 2000

ISO 9001 : 2000 ระบบบริหารคุณภาพ อนุกรม ISO 9001 ฉบับปี 2000

บทนำ

การที่แต่ละประเทศจัดระบบคุณภาพโดยกำหนดระบบมาตรฐานของตนเอง เพื่อใช้ภายในประเทศเป็นเหตุให้การไหลเวียนสินค้ามีอุปสรรคอย่างยิ่ง เช่น การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนไอซี การเชื่อมต่อเม้าส์ คีย์บอร์ด กล้องถ่ายรูป จะไม่สามารถใช้งานต่อกันได้เลย ดังนั้นในปี 1978 DIN ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานของเยอรมัน จึงได้ริเริ่มที่จะให้ทั้งโลกมีระบบมาตรฐานเดียวกัน และ ISO เองก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิค ISO / TC 176 ขึ้นมาเช่นกัน ต่อมาในปี 1979 BSI ของอังกฤษพัฒนาระบบคุณภาพ BS 5750 (1994 เปลี่ยนเป็น BS / EN / ISO 9000) ขึ้นมา และใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และในปี 1987 ISO ได้รวบรวมมาตรฐานต่าง ๆ ขึ้นเป็นมาตรฐานนานาชาติ และตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก (one world one standard)
มาตรฐานที่ ISO นำมาพัฒนาจนเป็น ISO 9000 มาจากระบบที่สำคัญดังนี้

  • 1968 – AQAP มาตรฐานการประกันคุณภาพของทหาร
  • 1970 – DEF – STAN 05 (Defiance Standards)
  • 1972 – 1987 ใช้ระบบ BS 4891 แนวทางในการประกันคุณภาพ,
    BS 5175 ประเมินระบบประกันคุณภาพ,
    BS 5750 ระบบบริหารคุณภาพ
  • 1994-2000 ISO 9000 ฉบับแก้ไขปรับปรุง

คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2517 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าระบบคุณภาพตาม ISO 9000 : 1987 Quality Management and Quality Assursance Standards – Guidelins for Selection and use เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดมาตรฐานต่อผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จึงได้จัดแปลและเสนอให้ รัฐมนตรีพิจารณาประกาศตาม มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยประกาศในราชกิจ-จานุเบกษาเล่ม 108 ตอนที่ 99 วันที่ 4 มิถุนายน 2534 เจตนารมณ์ของการประกาศใช้ TIS / ISO 9000 ของสมอ. พิจารณาได้จากคำนำ มอก.9000 – 2534 ซึ่งกล่าวว่า

“ตัวประกอบสำคัญที่จะแสดงถึงสมรรถนะขององค์การ คือ การผลิตผลิตภัณฑ์หรือให้บริการที่มีคุณภาพ ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นที่คุณภาพมากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างความสำนึกในการที่จะปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุและคงไว้ซึ่งสมรรถนะที่ดีและมีประสิทธิภาพ องค์การส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะทางด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือหน่วยงานของรัฐ ต่างก็ผลิตผลิตภัณฑ์หรือให้บริการเพื่อสนองความต้องการหรือข้อกำหนดของผู้ ใช้ ข้อกำหนดเหล่านี้มักจะอยู่ในรูปของ “ข้อกำหนดรายการ” อย่างไรก็ตามข้อกำหนดรายการทางวิชาการไม่อาจประกันได้ว่า จะสนองความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีความบกพร่องในข้อกำหนดรายการหรือในระบบขององค์การในการออกแบบ และการผลิตผลิตภัณฑ์หรือให้บริการ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการพัฒนามาตรฐานระบบคุณภาพและแนวทางเพื่อใช้เสริมให้ ข้อกำหนดรายการทางวิชาการสมบูรณ์ขึ้น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับระบบคุณภาพ (มอก. 9000 ถึง มอก. 9004) นี้ได้รวบรวมเหตุและผลตามแนวทางหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน”

นิยาม

ISO 9000 คืออะไร

  • มาตรฐานนานาชาติสำหรับระบบบริหารคุณภาพ
  • กำหนดขึ้นโดยองค์กรมาตรฐานโลก International Organization for Standardization – ISO
  • หลายประเทศนำไปใช้เป็นมาตรฐานแห่งชาติ
  • สำหรับประเทศไทยคือมาตรฐาน มอก.9000
  • ประยุกต์ใช้ทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ฉบับหลัก ได้แก่ ISO 9000, ISO 9001, ISO 9002, ISO 9003 และ ISO 9004โดยแต่ละฉบับมีเนื้อหาโดยสรุปคือ

  1. ISO 9000 เป็นแนวทางในการเลือก และกรอบ การเลือกและการใช้มาตรฐานชุดนี้ให้เหมาะสม
  2. ISO 9001 เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพซึ่งกำกับดูแลทั้งการออกแบบและพัฒนา การผลิต การติดตั้ง และการบริการ
  3. ISO 9002 เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพซึ่งกำกับดูแลเฉพาะการผลิต การติดตั้ง และการบริการ
  4. ISO 9003 เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพซึ่งกำกับดูแลเรื่องการตรวจและการทดสอบขั้นสุดท้าย
  5. ISO 9004 เป็นแนวทางในการบริหารงานคุณภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเป็นข้อแนะนำในการจัดการในระบบคุณภาพ

จากรายละเอียดข้างต้นจะเห็นได้ว่า มาตรฐานระบบคุณภาพที่ใช้เพื่อให้การรับรองนั้นมีด้วยกันเพียง 3 มาตรฐานคือ ISO 9001, ISO 9002 และ ISO 9003 ส่วน ISO 9000 เป็นข้อแนะนำให้ผู้ประกอบการเลือกว่าจะนำมาตรฐานใดไปใช้ให้เหมาะสมกับการ ดำเนินงาน ขององค์กรของตน โดยใช้ ISO 9004 เป็นแนวทางในการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ (กล่าวเฉพาะ ISO 9001:2000)

  • เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำระบบ ISO 9001:2000 มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการขององค์กร
  • เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  • เพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบควบคุม ตรวจสอบและเฝ้าระวังโดยผู้ที่รับผิดชอบในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงานตั้งแต่ การรับคำสั่งซื้อ จนกระทั่งส่งมอบบริการและบริการหลังการส่งมอบหรือตามสัญญาบริการให้กับ ลูกค้า รวมทั้งการสำรวจความพึงพอใจหลังการส่งมอบบริการและบริการ
  • กำหนดระบบเอกสารในระบบ การควบคุมเอกสารและการควบคุมบันทึกการปฏิบัติงาน
  • กำหนดระบบการแก้ไขและการป้องกัน การตรวจสอบและทวนสอบประสิทธิภาพของการนำระบบไปพัฒนา

ขอบเขตการให้คำปรึกษา
ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2000

  1. อบรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัด การระบบบริหารคุณภาพ และการจัดทำเอกสารในระบบ ประกอบด้วย
    • การกำหนดนโยบายและเป้าหมายคุณภาพ (Quality Policy and Quality Objectives)
    • การจัดทำผังกระบวนการธุรกิจ (Business Process) และแผนคุณภาพการบริการประเภทต่าง ๆ (Quality Plan)
    • การจัดทำคู่มือคุณภาพ (Quality Manual)
    • การจัดทำคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure Manual) และวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ในการให้บริการ
    • การกำหนดระบบการเฝ้าระวัง ทวนสอบ และการแก้ไขและป้องกัน ต่าง ๆ
    • เอกสารสนับสนุน (Support Document) เช่น กฎหมาย, กฎระเบียบ, มาตรฐานการให้บริการประเภทต่าง ๆ และแบบฟอร์มที่ใช้บันทึกผลการปฏิบัติงาน
    • การดำเนินการและการกำหนดหลักการที่ดีของระบบ TPM
    • การดำเนินการเพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานและการบริการ
  2. การอบรมการเก็บข้อมูลเป้าหมายคุณภาพ และการเตรียมการเข้าสู่ระบบและการประยุกต์ใช้เอกสาร
  3. การอบรมการตรวจติดตามระบบคุณภาพภายในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
  4. การตรวจประเมินภายในเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของการนำระบบไปใช้
  5. การประชุมทบทวนระบบคุณภาพ
  6. การขอการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000

ประโยชน์

  1. บริษัทมีระบบบริหารจัดการด้านคุณภาพในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
  2. เป็นเครื่องมือในการพัฒนาปรับปรุงองค์กร
  3. เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  4. เป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศ มีผลในการขยายการตลาด หรือเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและขยายการบริการในประเทศทุกภูมิภาค

ถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายวินิจฉัยและให้คำปรึกษาสถานประกอบการ
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

534/4 ถนนพัฒนาการ ซอยพัฒนาการ 18 เขตสวนหลวง กทม. 10250
โทร. 0-2717-3000 ต่อ 632 โทรสาร 0-2719-9489-90

 

Leave a Comment